ลูกเรียนไม่เก่ง ไม่ได้แปลว่าไม่ฉลาด แต่เขาอาจเป็นเด็กแอลดี (LD : Learning Disability)

2019.05.02 26

เด็ก LD : Learning Disability หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “เด็กแอลดี” เป็นความบกพร่องทางการเรียนรู้ ที่ใช้เรียกเด็กกลุ่มที่มีความผิดปกติของการรับข้อมูลและมีปัญหาในการนำข้อมูลเข้า ไปใช้ในการฟัง พูด อ่าน เขียน การคิดคำนวณ ซึ่งความบกพร่องนี้เกิดจาก “ความผิดปกติของการทำงานของสมอง” เด็กที่เป็นแอลดี จะมีหน้าตาเหมือนเด็กทั่วไป พูดคุยตอบคำถามทั่วไปได้รู้เรื่องดี แต่เวลาเรียนหนังสือ ความสามารถในการเรียนของเด็กจะต่ำกว่าเด็กคนอื่นในวัยเดียวกัน เช่น เด็กเรียนอยู่ชั้น ป.3 แต่อ่านหนังสือได้เท่าเด็ก ป.1



เพราะอะไรจึงเป็นแอลดี

  • การทำงานของสมองบางตำแหน่งบกพร่อง โดยเฉพาะตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และการใช้ภาษา ทั้ง การอ่าน การเขียนและการพูด
  • พันธุกรรม พบว่าเครือญาติอันดับแรกเด็กแอลดี ร้อยละ 35-40 จะมีปัญหาการเรียนรู้
  • การได้รับบาดเจ็บระหว่างคลอดหรือหลังคลอด
  • ความผิดปกติของโครโมโซม


พบเด็กแอลดีได้บ่อยแค่ไหน

เด็กแอลดีนั้นพบได้ทุกสัญชาติ ทั่วโลก ประมาณร้อยละ 5-10 ของเด็กวัยเรียน ดังนั้น ในทุกโรงเรียนจะมีเด็กเหล่านี้อยู่ในชั้นเรียนด้วย ฉะนั้น หากคุณพ่อคุณแม่รู้ว่าลูกเป็นเด็กแอลดี ควรบอกคุณครูประจำชั้น ซึ่งเด็กแอลดี (LD : Learning Disability) ไม่หาย แต่สามารถแก้ไขได้ ถ้าครอบครัว คุณครูประจำชั้น เข้าใจเขา และหาสื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสม

 

ข้อสังเกต เด็กแอลดีแต่ละช่วงวัย >> คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตได้อย่างไรว่าลูกเป็นเด็กแอลดี

วัยอนุบาล 

  • เด็กมีประวัติเริ่มพูดช้า เช่น พูดคำแรก เมื่ออายุ 1 ขวบครึ่ง หรือ 2 ขวบ
  • เด็กมีประวัติพูดไม่ชัด หรือ ยังมีการออกเสียงไม่ชัดในบางพยัญชนะ
  • มีการพูดสลับคำ, เรียงประโยคไม่ถูก เช่น “หนูอยากกินขนม” เป็น “ขนมหนูกิน” เป็นต้น
  • พูดตะกุกตะกัก หรือบอกชื่อวัสดุที่ต้องการไม่ได้ ได้แต่ชี้ของสิ่วนั้น
  • มีปัญหาการสื่อสาร เช่น พูดแล้วคนอื่นไม่เข้าใจ หรือ ฟังคนอื่นไม่เข้าใจ
  • มีปัญหาการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก มีลักษณะงุ่มง่าม เชื่องช้า เช่น การหยิบจับสิ่งของ การผูกเชือกรองเท้า ติดกระดุมเสือ้ จับดินสอไม่ถนัด เป็นต้น
  • มีปัญหาการใช้สายตาร่วมกับมือ เช่น การกะระยะระหว่างสิ่งของ การหยิบแยกวัตถุเล็กๆ จากพื้นหลัง


ขอบคุณภาพจาก อักษรเจริญทัศน์ อจท.


ถึงแม้เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ LD จะไม่สามารถวินิจฉัยได้ชัดเจนในเด็กต่ำกว่า 6 ขวบ แต่คุณครูสามารถค้นหากลุ่มเสี่ยงได้ตั้งแต่ชั้นอนุบาล โดยวิธีการสังเกตและการคัดกรองผ่านสื่อการสอนอย่างเป็นขั้นตอน เพราะ "ความบกพร่องทางการเรียนรู้ LD" ยิ่งพบเร็ว ยิ่งป้องกันและแก้ไขได้เร็ว


วัยเรียนชั้นประถมศึกษา 

  • ความบกพร่องด้านการอ่าน

เด็กมีความบกพร่องในการจำพยัญชนะ สระ ขาดทักษะในการสะกดคำและเรียนรู้ศัพท์ใหม่ๆ ได้อย่างจำกัด จึงอ่านหนังสือไม่ออกหรือ่านคำศัพท์ง่ายๆ ผิด เด็กจะใช้วิธีการเดาเวลาอ่าน จึงอ่านได้เฉพาะคำที่เห็นบ่อยๆ เพราะใช้วิธีการจำไม่ใช่การสะกด

  • ความบกพร่องด้านการเขียนสะกดคำ

เด็กมีความบกพร่องในการเขียนพยัญชนะ สระ ตัวสะกด วรรณยุกต์ และการันต์ ไม่ถูกต้องตามหลักภาษาไทย จึงเขียนหนังสือและสะกดคำผิด มีปัญหาการเลือกใช้คำศัพท์ การแต่งประโยค และการสรุปเนื้อหาสำคัญ ทำให้ไม่สามารถถ่ายทอดความคิดผ่านการเขียนได้ตามระดับชั้นเรียน แต่สามารถลอกตัวหนังสือตามได้

  • ความบกพร่องด้านการคำนวณ (คณิตศาตร์)

เด็กขาดทักษะความเข้าใจเกี่ยวกับตัวเลข การนับจำนวน การจำสูตรคูณ การใช้สัญักษณ์ทางคณิตศาสตร์ จึงไม่สามารถคิดหาคำตอบจากการบวก ลบ คูณ หาร ตามกฎเกณฑ์ทางคณิตศาตร์


ขอบคุณภาพจาก อักษรเจริญทัศน์ อจท.


คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยเหลือเด็กแอลดีได้อย่างไร

หากพบว่าลูกมีปัญหาการอ่านหนังสือ การเขียน สะกดคำ หรือการคำนวณ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่จะช่วยเหลือในเบื้องต้นได้คือ

  • พาเด็กไปพบแพทย์ที่เกี่ยวกับเด็กแอลดีทันที
  • ปรึกษาคนในครอบครัว คุณครู หรือผู้รู้
  • อย่าลีกเลี่ยงปัญหา
  • ลดความคาดหวัง 
  • แสดงความห่วงใย และให้กำลังใจเด็กเสมอ เพราะเด็กยังต้องการความรัก ความเข้าใจจากคุณพ่อคุณแม่
  • คิดไว้เสมอว่าการมีลูกเป็นแอลดี ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายของชีวิต ถือเป็นสิ่งท้าทายและเป็นโอกาสดีที่จะได้ย้อนวัยเยาว์ไปทบทวนบทเรียนกับลูก
  • ค้นหาจุดเด่น พัฒนาความสามารถในด้านต่างๆ เช่น กีฬา ดนตรี การทำกิจกรรม ฯลฯ พัฒนาความสามารถที่เขาถนัดอยู่แล้วให้เพิ่มขึ้น
  • แก้ไขจุดอ่อน โดยการค้นหาและแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ในตัวเด็ก เช่น ไม่ชอบช่วยเหลือตัวเอง ไม่อดทน ไม่มีสมาธิ ฯลฯ โดยวิเคราะห์หาสาเหตถที่แท้จริงและแก้ไขให้ตรงจุด


เด็กแอลดีเมื่อเติบโตขึ้น เขาจะสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไปปกติ (หากได้รับความช่วยเหลือที่ถูกต้อง) สามารถเข้ากับกลุ่มเพื่อนได้ ประกอบอาชีพ (ที่เน้ลงมือปฏิบัติ ไม่เน้นวิชาการ) ได้ เพียงแต่บางคนอาจจะมีความลำบากเกี่ยวกับความบกพร่องในบางด้าน (อ่านหนังสือไม่ถูกต้อง อ่านไม่คล่อง คำนวนไม่ได้ เป็นต้น) ฉะนั้น พ่อแม่และคนในครอบครัวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ลูกเรียนไม่เก่ง ไม่ได้แปลว่าไม่ฉลาด แต่เขาอาจมีความบกพร่องด้านการเรียนรู้ หรือฉลาดในด้านอื่น ก็ได้

               

บทความที่เกี่ยวข้อง

44,427
0
หล่อบาดใจ! 30 ไอเดียทรงผมลูกชายสุดเท่
ทรงผม เด็ก ทรงผมเด็ก แฟชั่น แฟชั่นทรงผมเด็ก
26,094
0
เซเลบแม่ตั้งครรภ์เปิดพุงอวดหน้าท้องกลมสวย บันทึกภาพการเดินทา...
คุณแม่ตั้งครรภ์ แม่ท้อง คุณแม่ตั้งครรภ์ ตั้งครรภ์ ครรภ์
20,211
0
อัพเดท 5 โรงเรียนนานาชาติยอดนิยมพร้อมราคา ที่นี่!
โรงเรียนนานาชาติ โรงเรียน การศึกษา นานาชาติ เรียน

ร้านค้าที่เกี่ยวข้อง

Kinderpuppets สีลม - สาทร
เขตบางคอแหลม , กรุงเทพฯ
ผลิตภัณท์สำหรับเด็กผิวแพ้ง่าย นำเข้าจากเกาหลี อ่อนโยนด้วยสารสกัดบริสุทธิ์จากธรรม... อ่านต่อ
BABY CREAM (180ml) 850 บาท
850 THB
เด็กทารก ดูแลเด็กแรกเกิด-3 เดือน
BABY SOOTHING GEL (250ml) 690 บาท
> 690 THB
เด็กทารก ดูแลเด็กแรกเกิด-3 เดือน
BABY SHAMPOO&BATH (250ml) 790 บาท
790 THB
เด็กทารก ดูแลเด็กแรกเกิด-3 เดือน
BABY LOTION (200ml) 690 บาท
690 THB
เด็กทารก ดูแลเด็กแรกเกิด-3 เดือน
BABY ORGANIC OIL (60ml) 890 บาท
890 THB
เด็กทารก ดูแลเด็กแรกเกิด-3 เดือน
Bangkok Palace Hotel พญาไท - สามย่าน
เขตราชเทวี , กรุงเทพฯ
ยินดีต้อนรับสู่โรงแรมแบงคอกพาเลส โรงแรมกรุงเทพที่ใจกลางย่านมักกะสัน - ประตูน้ำ... อ่านต่อ
ห้องดีลักซ์เตียงใหญ่หรือเตียงแฝด
สอบถามราคา
ไลฟ์สไตล์และทั่วไป การพักผ่อนและท่องเที่ยว
The Hive Spa เขตวัฒนา , กรุงเทพฯ
The Hive Spa สาปสำหรับมือและเท้า ไม่ว่าคุณจะมีเวลาในการรักษาตัวเองเพียง 75 นาทีห... อ่านต่อ
สปามือและเท้า
สอบถามราคา
ความสวยความงาม สปาและซาลอน
55 Laser Clinic สีลม - สาทร
เขตบางรัก ,
55Laser Clinic คลินิกเวชกรรม ปรึกษาโรคทั่วไป ความงาม และลดกระชับสัดส่วน ดูแลโดยแ... อ่านต่อ
ยกกระชับ ปรับรูปหน้า ลดริ้วรอย
สอบถามราคา
ความสวยความงาม คลินิกดูแลผิวหน้า

รีวิวแนะนำ

ทั้งหมด
โยคะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
Sofit
เรื่องทั่วไปของแม่ตั... เรื่องทั่วไปสำหรับแม...
3.00 1
Yosana Co

https://yosana.co/blogs/yoga-blog/yoga-for-moms-to-be/

บทความยอดนิยม

ร้านค้าตามหมวดหมู่